เสือไฟ

bacxsdfเสือไฟ เป็นแมวป่าขนาดกลาง มีขนาดเล็กกว่าเสือลายเมฆ แต่ใหญ่กว่าแมวลายหินอ่อน มีสีขนหลากหลาย คือ สีน้ำตาลแดง น้ำตาลอมเทา ตลอดจนสีส้ม สีขนบริเวณใบหน้าจะเข้มกว่าลำตัว มีลักษณะเด่นคือ มีแถบขนสีขาวบนใบหน้า เหนือตาและแก้ม หางยาวปลายหางด้านล่างมีสีขาวตลอด ท้องและใต้หางมีสีขาว มีความยาวลำตัวและหัว 76-81 เซนติเมตร ความยาวหาง 43-49 เซนติเมตร น้ำหนักตั้งแต่ 12-15 กิโลกรัม รูปร่างเพรียว สูงใหญ่ขนาดสุนัขพื้นเมือง ขายาว มีขนสีน้ำตาลแกมแดง ไม่มีลายและจุดดำตามตัว แต่มีเส้นดำ 2-3 เส้นวิ่งตามยาวลงมาที่หน้าผาก ไม่มีจุดขาวที่หลังหู ด้านบนของหางมีสีน้ำตาลเข้ม แต่ตรงปลายหางด้านล่างเป็นสีขาวเห็นได้ชัด เสือไฟเวลาเดินจะยกหางขึ้นข้างบน สือไฟเป็นเสือขนาดกลาง มีรูปร่างบึกบึน ขาค่อนข้างยาว ลำตัวสีเรียบ มีลวดลายน้อย มีสีพื้นน้ำตาลแดงจนถึงแดงอย่างเก้ง บางตัวอาจมีสีดำ หรือน้ำตาล หรือเทา มีเสือไฟดำแบบเมลานิซึมบ้างแต่พบได้น้อย

เสือไฟที่อยู่ทางใกล้เส้นศูนย์สูตรจะมีลายเรียบที่สุด ส่วนตัวที่อยู่ไปทางเหนือมากขึ้นก็จะมีลายมากขึ้นตามละติจูด โดยเฉพาะเสือไฟพันธุ์ ซึ่งพบในมณฑลเสฉวนและทิเบตประเทศจีนมีลวดลายพร้อยทั้งตัวคล้ายกับโอเซลอตในอเมริกาใต้จนนักสัตววิทยาบางคนจัดไว้เป็นแมวอีกขนิดหนึ่ง มีการกระจายพันธุ์อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ เอเชียตะวันออก, ภาคเหนือของเอเชียใต้ จนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ ภาคใต้และภาคตะวันออกของจีน, เนปาล, ภูฏาน, พม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเลเซียและเกาะสุมาตรา

เสือลายเมฆ

kayurtfเสือลายเมฆ เสือประเภทหนึ่ง อยู่ในวงศ์เสือและแมว มีขนาดเล็กกว่าเสือดาว แต่มีขนาดใหญ่กว่าแมวป่าขนาดเล็กชนิดอื่น ๆ ที่พบในภูมิภาคอินโดจีน มีลักษณะเด่นคือ มีลวดลายตามลำตัวคล้ายก้อนเมฆ จึงเป็นที่มาของชื่อ ลายที่อยู่บนหลังจะมีขนาดใหญ่กว่าบริเวณอื่น ๆ โดยลายดังกล่าวจะมีขอบสีดำล้อมรอบ ขนตามลำตัวสีเหลืองอ่อน บางตัวอาจมีสีเทาเข้ม หรือ น้ำตาลเทา ใต้ท้องมีสีอ่อนกว่าลำตัว หางยาวฟูและมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับความยาวลำตัว มีลายจุดสีเข้มตลอดถึงปลายหาง ขาทั้ง 4 ข้างค่อนข้างสั้น แต่อุ้งเท้ามีขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการปีนต้นไม้ มีความยาวลำตัวและหัว 65 – 95 เซนติเมตร ความยาวหาง 55 – 80 เซนติเมตร น้ำหนัก 16 – 23 กิโลกรัม

เสือลายเมฆเป็นเสือขนาดเล็ก รูปร่างโดยทั่วไปคล้ายเสือดาวแต่เล็กกว่า รูปร่างเตี้ยป้อม ลำตัวมีสีพื้นน้ำตาลอมเทาจนถึงน้ำตาลเหลือง ช่วงล่างและขาด้านในสีขาวหรือสีครีม มีลายสีน้ำตาลเข้มเป็นดวงเหมือนก้อนเมฆขนาดใหญ่ทั่วตัว ตั้งแต่หัว ขา และหาง ดวงบางดวงอาจมีจุดดำอยู่ภายในดวงด้วย แต่ละดวงมีส่วนที่ค่อนไปทางท้ายลำตัวคล้ำกว่า ดวงบริเวณหัวและขาจะมีขนาดเล็กและอาจเป็นเพียงจุดทึบตัน ที่หลัง แก้ม และคอเป็นเส้นสีดำ หูสั้นกลม หลังหูสีดำและมีจุดสีขาวอมน้ำตาลกลางหลังหู ขาค่อนข้างสั้น ขาหลังยาวกว่าขาหน้าอย่างเห็นได้ชัด อุ้งตีนกว้าง ชอบอยู่และหากินบนต้นไม้มากกว่าบนพื้นดิน มักนอนบนกิ่งไม้เพื่อกระโดดลงมาจับสัตว์กิน หากินเวลากลางคืน มักอยู่เป็นคู่ช่วยกันล่าเหยื่อ เสือลายเมฆเริ่มผสมพันธุ์ได้เมื่อมีอายุ 2-3 ปี ระยะตั้งท้องนาน 90-95 วัน ออกลูกครั้งละ 2-4 ตัว ลูกหย่านมเมื่ออายุ 5 เดือน มีอายุยืนราว 17 ปี

เสือชีตาห์

xcvgdsเสือชีตาห์ เป็นแมวชนิดหนึ่ง เนื่องจากมันสามารถครางได้ แต่เพราะรูปร่างภายนอก ทำให้นิยมเรียกกันว่า เสือชีตาห์ เสือชีตาห์มีที่อยู่อาศัยในทุ่งหญ้าสะวันนา เป็นสัตว์ที่วิ่งได้เร็วมากวิ่งได้เร็วประมาณ 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จัดเป็นสัตว์บกที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก เป็นผลมาจากความสามารถในการโค้งงอของกระดูกสันหลังในการเคลื่อนที่และเมื่อพุ่งตัวกระดูกสันหลังจะเหยียดออก ปัจจุบันเสือชีตาห์ลดจำนวนลงในทวีปเอเชียเหลืออยู่แค่ในอิหร่านไม่เกิน 20 ตัว ส่วนในแอฟริกาประมาณการว่าเหลืออยู่ราว 4,000 ตัวเท่านั้น

เสือชีตาห์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Acinonyx jubatus และจัดเป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Acinonyx ที่ยังสืบเผ่าพันธุ์จนถึงปัจจุบัน เสือชีตาห์เป็นเสือที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดชนิดหนึ่งไม่น้อยหน้าสิงโตและเสือโคร่ง ด้วยรูปร่างที่สง่างามน่าแปลกกว่าเสือชนิดอื่น และประกอบกับการเป็นเจ้าของสถิติสัตว์บกที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก จึงแทบไม่มีใครไม่รู้จักเสือชีตาห์ เสือชีตาห์เป็นเสือค่อนข้างเล็ก ในเซเรนเกตตี น้ำหนักเฉลี่ยของเสือชีตาห์ตัวผู้คือ 43 กิโลกรัม และตัวเมีย 38 กิโลกรัม

รูปร่างต่างจากเสือชนิดอื่นมาก รูปร่างผอมเพรียว ดูเผิน ๆ เหมือนหมาพันธุ์เกรย์ฮาวนด์ สีพื้นลำตัวเป็นสีเหลืองทองและมีจุดสีดำกระจายทั่วทั้งตัว ใต้ท้อง ด้านล่างของขา คอ คาง และริมฝีปากบนสีขาว ที่ใกล้ปลายหางจุดจะกลายเป็นปล้องดำประมาณ 6 วง ปลายหางสีขาว ใบหน้ามี “เส้นหยาดน้ำตา” สีดำพาดจากหัวตาลงมายังมุมปากเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร หนวดค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับเสือโคร่ง ละเอียด อ่อน จึงไม่มีหน้าที่ช่วยในการล่าแต่อย่างใด ใบหูดำ โคนหูและขอบใบหูสีน้ำตาลอมเหลือง เล็บนิ้วโป้งอยู่สูงเด่นจากนิ้วอื่น ใช้ในการเกี่ยวขาเหยื่อที่กำลังวิ่งหนี บริเวณท้ายทอยและหลังมีขนยาวคล้ายแผงคอของสิงโต บางตัวจะยาวมาก โดยเฉพาะลูกเสือ

เสือจากัวร์

fgvffdsเสือจากัวร์ จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม อันดับสัตว์กินเนื้อ วงศ์เสือและแมว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Panthera onca เป็นเสือขนาดใหญ่รองลงมาจากเสือโคร่ง และสิงโต มีขนคล้ายเสือดาวมาก มีสีน้ำตาลอ่อนแกมเหลือง มีจุดดำทั้งตัว บริเวณกลางลำตัวมีจุดดำเป็นหมู่ ๆ หลังหูดำ มีจุดสีนวลที่หลังหู มีถิ่นอาศัยพบได้ตั้งแต่ตอนใต้ของสหรัฐอเมริกาจนถึงภูมิภาคอเมริกากลางจรดทวีปอเมริกาใต้ และถือเป็นเสือขนาดใหญ่เพียงชนิดเดียวที่พบในภูมิภาคแถบนี้

พบในป่าทุกประเภท ทั้งป่าทึบ ป่าโปร่ง และป่าที่มีโขดหิน ทนร้อนได้ดี และชอบลงเล่นน้ำ ชอบอยู่โดดเดี่ยว จะอยู่เป็นคู่ในฤดูผสมพันธุ์ กินสัตว์ป่าทุกชนิดที่จับได้ เช่น กวาง หมู ลิง นกยูง สุนัข และแมลง ใช้ระยะตั้งท้อง 90-105 วัน ให้ลูก 1-4 ตัว น้ำหนักแรกคลอด 700-900 กรัม วัยเจริญพันธุ์ 2-3 ปี อายุยืนประมาณ 22 ปี เสือจากัวร์กับเสือดาวอาศัยอยู่ต่างทวีป จึงไม่มีโอกาสสับสนเมื่อพบเห็นในธรรมชาติ แต่ในสวนสัตว์ที่มีเสือทั้งสองชนิดอยู่ด้วยกันอาจทำให้ผู้พบเห็นสับสนในการจำแนกชนิด เทียบกับเสือดาวแล้ว เสือจากัวร์มีรูปร่างล่ำสันกว่า หัวกว้างและหน้าสั้นกว่า ขาสั้นและใหญ่กว่า หางใหญ่กว่า ลายดอกตามลำตัวใหญ่กว่า ความสับสนระหว่างเสือสองชนิดนี้ยิ่งมากขึ้นในจากัวร์ดำ เพราะในภาษาอังกฤษบางครั้งก็เรียกจากัวร์ดำว่า black panther เหมือนกับเสือดำ

ลักษณะของเสือจากัวร์ในแต่ละสถานที่ยังแตกต่างกันด้วย จากัวร์ในป่าทึบของแอ่งอเมซอนมีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของจากัวร์ที่อาศัยในป่าเปิด ซึ่งอาจเป็นผลจากการที่สัตว์เหยื่อในป่าเปิดมีขนาดใหญ่กว่าและมีมากกว่า จากการสำรวจจากัวร์ในป่าฝนของอเมริกากลาง จากัวร์ตัวผู้มีน้ำหนักเฉลี่ย 57 กิโลกรัม ตัวเมียมีน้ำหนักเฉลี่ย 42 กิโลกรัม ส่วนจากัวร์ในปันตานัลของบราซิลตัวผู้มีน้ำหนักเฉลี่ย 100 กิโลกรัม ตัวเมีย 76 กิโลกรัม สีสันของจากัวร์ในป่าทึบก็ค่อนข้างคล้ำกว่าจากัวร์ในป่าเปิด

เสือโคร่งเบงกอล

batgssเสือโคร่งเบงกอล เป็นเสือโคร่งพันธุ์ย่อยพันธุ์หนึ่ง จัดอยู่ในประเภทสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อยู่ในวงศ์เสือและสิงโต (Felidae) นับเป็นเสือโคร่งที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของบรรดาเสือโคร่งทั้งหมด รองจากเสือโคร่งไซบีเรีย (P. t. altaica) ที่พบในแถบไซบีเรีย ประเทศรัสเซียเสือโคร่งเบงกอล ตัวผู้เมื่อมีขนาดใหญ่เต็มที่อาจยาวได้ถึง 360 เซนติเมตร หนัก 180 – 270 กิโลกรัม ขณะที่ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่า และมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 140 – 180 กิโลกรัม

การกระจายพันธุ์จะกระจายพันธุ์อยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ ในประเทศอินเดีย เนปาล บังกลาเทศ และกระจายเข้าไปในแถบประเทศพม่าด้วย สถานะในธรรมชาติ จัดเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากการถูกล่าเพื่อทำหนังเป็นเครื่องประดับ และกระดูก อวัยวะ เป็นยาสมุนไพรตามความเชื่อ อย่างไรก็ตาม เสือโคร่งเบงกอลนั้นนับได้ว่า เป็นเสือโคร่งชนิดที่ยังมีเหลืออยู่มากที่สุดในธรรมชาติ คาดว่ามีอยู่ประมาณ 2,000 ตัว ในธรรมชาติ ในเขตป่าอนุรักษ์และอินเดียและเนปาล และเป็นเสือที่มนุษย์นำมาเลี้ยงและขยายพันธุ์ได้มากและแพร่หลายที่สุด

ในสถานที่เลี้ยง พบว่า เสือโคร่งเบงกอล เป็นเสือโคร่งที่มีความเชื่องและดุร้ายน้อยที่สุด จนสามารถฝึกหัดให้เล่นละครสัตว์ได้ ลำตัวมีสีเหลืองปนเทา หรือสีเหลืองปนน้ำตาล มีลายแถบปรากฏบนหลังและด้านข้างลำตัวต่างกัน ขนใต้ท้อง คางและคอเป็นสีขาว ขนเหนือตามีสีขาว และมีแถบสีดำ หางมีแถบสีดำเป็นบั้งตั้งแต่โคนหางถึงปลายหาง ปลายหางมีสีดำ หลังหูดำ และมีจุดสีขาวนวลใหญ่เห็นได้ชัด

เสือโคร่ง

pxkmsเสือโคร่ง หรือ เสือลายพาดกลอน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม อันดับสัตว์กินเนื้อ เป็นเสือสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดด้วย เสือมีความยาวโดยเฉลี่ยจากหัวไปจนถึงโคนหาง 1.4-2.8 เมตร หางยาว 60-95 เซนติเมตร น้ำหนักตัว 130-260 กิโลกรัม มีขนลำตัวสีน้ำตาลเหลืองหรือเหลืองอมส้ม มีลายสีดำ พาดขวางตลอดทั้งลำตัวเป็นจุดเด่น ซึ่งลายเส้นนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เสือโคร่งแต่ละตัวจะมีลายไม่เหมือนกันเช่นเดียวกับลายนิ้วมือของมนุษย์ ส่วนหางมีแถบดำเป็นบั้ง ๆ หรือวงสีดำสลับน้ำตาล ปลายหางมีสีดำ โดยไม่มีพู่เหมือนสิงโต (P. leo) ซึ่งเป็นสัตว์ในสกุลเดียวกัน ขนใต้คาง คอ และใต้ท้องเป็นสีขาว ขนเหนือบริเวณตาเป็นสีขาวหรือเป็นแถบหรือเส้นสีดำพาดขวางเช่นกัน หลังใบหูมีสีดำและมีจุดสีขาวนวลอยู่ตรงกลาง อายุโดยเฉลี่ย 15-20 ปี

เสือโคร่งมีพฤติกรรมและอุปนิสัยชอบอยู่เพียงลำพังตัวเดียวโดด ๆ ยกเว้นในฤดูผสมพันธุ์จึงจะจับคู่กัน อายุที่พร้อมจะผสมพันธุ์ได้นั้นคือ 3-4 ปี โดยตัวเมียจะเป็นสัดทุก ๆ 50 วัน และจะส่งเสียงร้องดังขึ้น ๆ และถี่ขึ้นเรื่อย ๆ การผสมพันธุ์ของเสือโคร่งนั้นใช้เวลาเร็วมาก คือ ใช้เวลาเพียง 15 วินาทีเท่านั้น เมื่อเสร็จแล้วตัวผู้จะแยกจากไป และอาจไปผสมพันธุ์กับตัวเมียตัวอื่น ตัวเมียที่ปฏิสนธิแล้วจะตั้งท้องนานประมาณ 105-110 วัน คลอดลูกครั้งละ 1-6 ตัว และจะเลี้ยงลูกเองตามลำพังโดยไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ประมาณ 2 ปี

ชอบอาศัยอยู่ตามป่าทึบสลับกับทุ่งหญ้าโล่ง ชอบว่ายน้ำและแช่น้ำมาก ซึ่งแตกต่างจากเสือสายพันธุ์อื่น ล่าเหยื่อได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ส่วนใหญ่ในเวลากลางวันจะนอนพักผ่อน ล่าเหยื่อในเวลาเย็น พลบค่ำ กลางคืน หรือขณะที่อากาศไม่ร้อนจัด มีสายตาที่มองเห็นได้ทั้งที่มืดและสว่าง จะคืบคลานเข้าหาเหยื่อในระยะใกล้ 10-25 เมตร จนกระทั่งได้ระยะ 2-5 เมตร จึงกระโดดใส่ หากเป็นเหยื่อขนาดเล็กจะกัดที่คอหอย หากเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น เก้ง หรือ กวาง จะกัดที่ท้ายทอยหรือหลังด้านบน

 

ลิงลม

masgdvxลิงลม เป็นวานรชนิดหนึ่ง ไม่มีหาง ตาโต ลำตัวสีเหลืองอมน้ำตาลหรืออมเทา ส่วนท้องสีซีดกว่า สันจมูกสีขาว ขอบตาคล้ำ แนวสันหลังเป็นสีเข้มตลอดหนัง ตัวเล็ก น้ำหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัม ลิงลมอาศัยอยู่บนต้นไม้ ปีนป่ายตามกิ่งไม้อย่างเชื่องช้า แต่เมื่อมีลมพัดแรงจะเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น และสามารถฉกจับแมลงได้อย่างรวดเร็ว อาหารหลักคือแมลง นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดเล็ก สัตว์เลื้อยคลาน ผลไม้ น้ำหวาน และเกสรดอกไม้ ออกหากินเวลากลางคืน ตอนกลางวันจะหลับตามง่ามไม้ รูปร่างเล็กขนนุ่มสั้นหนาเป็นปุย มีเส้นสีน้ำตาลเข้มจากหัวไปตลอดแนวสันหลัง หน้าสั้น ตาโตกลม ใบหูเล็กจมอยู่ในขน ไม่มีหาง ไม่มีนิ้วหัวแม่มือ นิ้วเท้าอันที่สองมีเล็บเป็นตะของอโค้ง ทั้งนี้เพื่อจับกิ่งไม้ได้แน่นในขณะมันลุกขึ้นยืนเพื่อจับแมลงกินเป็นอาหาร

เป็นสัตว์ที่เคลื่อนไหวช้า แต่แว้งกัดได้รวดเร็ว หากินโดยลำพัง บางครั้งอาจพบเป็นคู่หรือเป็นครอบครัว ออกลูกทีละตัว ออกเป็นแฝดบ้างแต่ไม่บ่อยนัก ลูกลิงลมอาศัยอยู่กับแม่เป็นเวลา 6-9 เดือน พบได้ตลอดแผ่นดินใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังพบในเกาะสุมาตรา บอร์เนียว แต่ไม่พบในเกาะชวา ยังมีลิงลมอีกชนิดหนึ่งคือ ลิงลมแคระ รูปร่างคล้ายกันแต่ตัวเล็กกว่ามาก น้ำหนักเพียง 250-400 กรัมเท่านั้น สีสันค่อนไปทางสีส้ม และไม่มีเส้นกลางสันหลัง พบในประเทศลาว เวียดนาม และกัมพูชา นักวิทยาศาสตร์บางคนจำแนกให้มีลิงลมอีกชนิดหนึ่งคือ ลิงลมกลาง รูปร่างคล้ายลิงลมแต่เล็กกว่า อาศัยอยู่ในจีนตอนใต้และเวียดนามตอนเหนือ

 

ลิงแมนดริล

wwwaqลิงแมนดริล จัดอยู่ในกลุ่มลิงโลกเก่า (Old World mankey) พวกมันถือว่าเป็นญาติใกล้ชิดกับลิงบาบูน (Baboon) เป็นลิงที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ตัวผู้มีลักษณะแตกต่างจากตัวเมีย โดยตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่า จมูกมีสีแดง แก้มสีน้ำเงิน บริเวณก้นมีสีแดงและน้ำเงินเช่นเดียวกับใบหน้า ส่วนตัวเมียบริเวณใบหน้าไม่มีสีแดง สีของลิงชนิดนี้จะปรากฏชัดและเข้ม เมื่อลิงแสดงพฤติกรรมการเกี้ยวพาราสี เวลาโกรธ และขณะต่อสู้กัน ลิงแมนดริล ถือว่าเป็นลิงมีหางขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และพวกมันยังเป็นลิงที่มีสิสันจัดจ้านที่สุดสายพันธุ์หนึ่งในโลก

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์ ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงซึ่งอาจมีจำนวนมากถึง 50 ตัว โดยมีจ่าฝูงและตัวนำรองๆลงมา เพศผู้มีขนาดใหญ่กว่าเพศเมีย โดยเฉลี่ยเพศผู้มีน้ำหนัก 25-35 กิโลกรัม แต่ก็มีเพศผู้ที่มีขนาดใหญ่ผิดปกติอาจจะหนักได้ถึง 50 กิโกกรัม ส่วนเพศมีมีน้ำหนักเฉลี่ย 11-14 กิโลกรัม  ทั้งเพศผู้ และเพศมีจะมีต่อมที่หน้าอกเพื่อใช้ในการสื่อสารกันผ่านกลิ่น

ถิ่นอาศัย, อาหาร อาศัยอยู่ในป่าแถบตะวันตกของทวีปแอฟริกา แถบไนจีเรีย และคาเมรูน  กินพืชและสัตว์เป็นอาหาร ได้แก่ รากไม้ ผลไม้ แมลง งู และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดเล็ก ลิงแมนดริล พบได้ที่ ทางใต้ของแคเมอรูน กาบอง กีนี และ คองโก โดยอาศัยอยู่ในป่าฝนเขตร้อน และป่าซาวันนา โดยอาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ลิงแมนดริล กินอาหารได้เกือบทุกอย่าง แต่อาหารส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้และแมลง โดยมีช่วงเจริญพันธุ์อยู่ในเดือน มิถุนายน-ตุลาคม

ลิงมาร์โมเส็ทจีโอฟรอย

ayquajลิงมาร์โมเส็ทจีโอฟรอยแต่ละชนิดจะมีลักษณะเฉพาะของเครา แผงคอ และหนวด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ทำให้ลิงมาร์โมเส็ทมีความหลากหลายมากที่สุดและมีสีสันมากที่สุด มีความแตกต่างของขนาด น้ำหนักและความยาวของลำตัว ส่วนใบหน้าของลิงมาร์โมเส็ทคล้ายใส่หน้ากากสี ซึ่งมีรูปแบบที่แตกต่างกันเพื่อบ่งบอกชนิดของมัน โดยแต่ละชนิดจะมีขนปกคลุมที่อ่อนนุ่ม

ลิงมาร์โมเส็ทแต่ละชนิดจะมีลักษณะ เฉพาะของเครา แผงคอ และหนวด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ทำให้ลิงมาร์โมเส็ทมีความหลากหลายมากที่สุดและมีสีสันมากที่สุด มีความแตกต่างของขนาด น้ำหนักและความยาวของลำตัว ส่วนใบหน้าของลิงมาร์โมเส็ทคล้ายใส่หน้ากากสี ซึ่งมีรูปแบบที่แตกต่างกันเพื่อบ่งบอกชนิดของมัน โดยแต่ละชนิดจะมีขนปกคลุมที่อ่อนนุ่ม

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์ ชอบอยู่รวมกันในกลุ่มครอบครัวราว 4–15 ตัว สังคมของลิงมาร์โมเส็ทจะปกป้องอาณาเขตจากกลุ่มอื่นด้วยการร้อง การแสดงตัว และท่าทาง ไม่ใช่สัตว์ที่ใช้ความรุนแรง และพบน้อยมากที่จะใช้กำลังรุนแรงบุกรุก ลิงมาร์โมเส็ทโตเต็มที่เมื่อมีอายุราว 2 ปี สถานที่ชม สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่  ชอบอยู่รวมกันในกลุ่มครอบครัวราว 4–15 ตัว สังคมของลิงมาร์โมเส็ทจะปกป้องอาณาเขตจากกลุ่มอื่นด้วยการร้อง การแสดงตัว และท่าทาง ไม่ใช่สัตว์ที่ใช้ความรุนแรง และพบน้อยมากที่จะใช้กำลังรุนแรงบุกรุก ลิงมาร์โมเส็ทโตเต็มที่เมื่อมีอายุราว 2 ปี

ถิ่นอาศัย, อาหาร พบอยู่ทางชายผั่งตะวันออกของทวีปอเมริกาใต้  อาหารส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้ เกสรดอกไม้ และแมลงเล็ก ๆ  พบอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกของทวีปอเมริกาใต้ อาหารส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้ เกสรดอกไม้ และแมลงเล็ก ๆ

เสือ

cfcccvc

เสือ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ฟิลิดีซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับแมวโดยชนิดที่เรียกว่าเสือมักมีขนาดลำตัวค่อนข้างใหญ่กว่าและอาศัยอยู่ภายในป่า ขนาดของลำตัวประมาณ 168 – 227 เซนติเมตรและหนักประมาณ 180 – 245 กิโลกรัม รูม่านตากลม เป็นสัตว์กินเนื้อกลุ่มหนึ่ง มีลักษณะและรูปร่างรวมทั้งพฤติกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากสัตว์ในกลุ่มอื่น หากินเวลากลางคืน มีถิ่นกำเนิดในป่า เสือส่วนใหญ่ยังคงมีความสามารถในการปีนป่ายต้นไม้ ซึ่งยกเว้นเสือชีต้า เสือทุกชนิดมีกรามที่สั้นและแข็งแรง มีเขี้ยว 2 คู่สำหรับกัดเหยื่อ ทั่วทั้งโลกมีสัตว์ที่อยู่ในวงศ์เสือและแมวประมาณ 37 ชนิด ซึ่งรวมทั้งแมวบ้านด้วย

เสือจัดเป็นสัตว์นักล่าที่มีความสง่างามในตัวเอง โดยเฉพาะเสือขนาดใหญ่ที่แลดูน่าเกรงขราม ไม่ว่าจะเป็นเสือโคร่งหรือเสือดาว ผู้ที่พบเห็นเสือในครั้งแรกย่อมเกิดความประทับใจในความสง่างาม แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดความหวาดหวั่นเกรงขามในพละกำลังและอำนาจภายในตัวของพวกมัน เสือจึงได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งสัตว์ปา และเป็นจ้าวแห่งนักล่าอย่างแท้จริง

ทั่วทั้งโลกมีเสือประมาณ 37 ชนิด ซึ่งรวมทั้งแมวบ้านด้วย แต่แมวบ้านไม่จัดอยู่ในกลุ่มของเสือในธรรมชาติ สัตว์กลุ่มเสือในปัจจุบันจัดอยู่ในวงศ์ฟีลิดี (Felidae) จำแนกเป็น 4 สกุล คือ แพนเทอรา (Panthera) ฟีลิส (Felis) นีโอฟีลิส (Neofelis) อาชินดอนิกซ์ (Acinonyx)

ปัจจุบันจำนวนของเสือในประเทศไทยลดจำนวนลงเป็นอย่างมากในระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี เสือกลับถูกล่า ป่าภายในประเทศถูกทำลายเป็นอย่างมาก สภาพธรรมชาติในพื้นที่ต่าง ๆ ถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ของมนุษย์เอง ทุกวันนี้ปริมาณของเสือที่จัดอยู่ในลำดับสุดท้ายของห่วงโซ่อาหารถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการสูญสิ้นหรือลดจำนวนลงอย่างมากของเสือซึ่งเป็นสัตว์กินเนื้อ จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและระบบนิเวศทั้งหมด การลดจำนวนอย่างรวดเร็วของเสือเพียงหนึ่งหรือสองชนิดในประเทศไทย ทำให้ปริมาณของสัตว์กินพืชเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ธรรมชาติเสียความสมดุลในที่สุด